so_nium's profileย้ายบ้านหนี.. ไปที่ soni...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 26

    ไปทะเลกระบี่...

    ปิดเทอมมาตั้งหลายวัน สุดท้ายเราก้อได้เที่ยวซักที
    ก้อได้ไปเที่ยว กระบี่ อ่ะนะ
    ไม่มีอะไรมากมาย ดูรูปเอาแล้วกันเนอะ
     
    ก้อได้ไปเที่ยว ดำน้ำ ดูปักการัง อันที่จิงแล้วก้อสนุกดี แต่แอบดำไม่เป็นไง เลยสำลักไปหลายลิตรอยู่เหมือนกัน แหะๆ
    แล้วก้อได้ไปเที่ยวอ่าวมาหยา ที่leonardo เคยมาถ่ายหนังเรื่อง the beachอ่ะ ..ไม่มีอะไรเท่าไหร่ ก้องั้นๆ ร้อนอ่ะ
    กินข้าวเที่ยงที่เกาะพีพี  แป๊บเดียว ไม่ได้เดินดูอะไรจากนั้นก้อไปดูทะเลแหวก อืม...
    กลับมากินข้าวเย็น เดินเล่นในเมือง
     
    ขากลับหาดใหญ่ แวะร้านขายของฝาก
    แล้วก้อไปวัดถ้ำเสือ น้ำตกร้อน แล้วก้อสระมรกต
     
    เออ มีเรื่องนึง คือ ตอนที่เดินไปสระมรกตอ่ะ
    เราเดินทางที่ใช้ทัศนศึกษาไรเงี้ย มันก้อจะออกแนวบุกป่านิดส์นึง เดินโคดลำบาก ประมาณกิโลกว่าๆ
    ไปเจอฝรั่งที่เดินนำหน้าอ่ะ เค้าเป็นผู้หญิงอ้วนๆ ออกแนวแก่แล้วแหละ มากับเพื่อนอีกคนที่เหมือนๆกันอ่ะ
    คนนั้นเค้าเดินนำหน้าเราแล้วก้อสะดุดบันได หนังที่ขาเค้าก้อเปิด แบบว่าครูดไปกับบันไดอ่ะนะ
    เลือดอาบเรย ไหลออกมาแบบว่าเหมือนกะเยลลี่สีแดงๆอ่ะ สยองนิดส์นึง
    ด้วยวิญญาณ นศพ+ยุวกาชาด+ลูกเสือ+ผู้บำเพ็ญประโยชน์ (ก้อเรียนมาเยอะอ่ะนะ)
    ก้ออยากจะช่วยเค้าอ่ะ แต่บังเอิญว่า ทั้งตัวมีแต่ น้ำ1ขวดที่ใกล้หมด กล้องถ่ายรูป กระเป๋าตังค์ แล้วก้อมือถือที่ไม่มีคลื่น -*-
    ซ้ำร้ายว่า เค้าไม่ได้พูดอังกฤษอ่ะ เป็นใบ้เรยตู -*-(แต่เราว่าเค้าก้อคงฟังออกมั้ง?)
    สุดท้ายได้ man of the match คือพ่อเราเอง ช่วยสื่อสารกะเค้า แล้วก้อไปเรียกคนมาช่วย
     
    ไอเราก้อไม่รู้เรื่อง สุดท้ายฝรั่งเค้าก้อตกลงใจ กัดฟันเดินกลับ ก้อมีผ้าปิดๆแผลไว้นิดนึงอ่ะ (แอบสงสาร)
    แล้วเราก้อไม่รู้ทำไง เดินต่อแล้วกัน ไหนๆก้อมาแล้วอ่ะนะ
    ไปถึงสระมรกต บอกตรงๆ ว่า ไม่ประทับใจเลยอ่ะ แบบว่า
    แค่เนี้ยเหรอ?
    เนี้ยน่ะเหรอ?
    กรูเดินมาแค่เนี้ยน่ะเหรอ?
    มันไม่amazing thailandเลยว่ะ ให้ตายดิ เหนื่อยนะเว้ย
    แหยะๆ แหวะๆ พื้นก้อเน่าๆ ลื่นๆ คนเยอะจะตายชัก กลับดีกว่า...

    น้ำใจของรุ่นพี่

    หลังจากเราสอบเสร็จ มีภารกิจที่ต้องทำก้อคือ ย้ายหอ เข้าค่าย ฉีดยา และกลับบ้าน
    อยากแรกที่เราต้องทำคือ การย้ายหอ
     
    เพราะว่าเราไม่มีญาติอยู่เชียงใหม่ใช่มั๊ยอ่ะ เราก้อเลยไม่รู้ทำไงดี แพ็คของเสร็จ รูมเมตก้อหายหัวไปไหนกันหมดไม่รุ้
    โทรหาเพื่อนที่มีรถกระบะ ปรากฏว่าไม่มีใครว่างจะมาช่วย เห้อออ ทำไงได้ ก้อเลยโบกรถแดง
    โบกมาด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง กว่าจะได้ ก้อบ่ายๆแล้ว ลุงเค้าคิด150แหนะ แต่ก้อคิดว่าไม่เป็นไร ดีกว่าต้องมาทำเรื่องขอฝากของไว้ที่หอเดิม
    ตอนที่ขนของ ก้อบอกให้ลุงขับรถมาช่วย ลุงแกทำเป็นเดินตาม แต่เดินไม่ถึงประตูหอ แกก้อเดินกลับไปนั่งอยู่บนรถ เซ็งว่ะ
    ขนไปหลายเที่ยว จนยามและพี่ที่รับซักรีดเค้ามาถามว่าจะให้ช่วยมั๊ย? เราก้อบอกปัดเค้าไป เกรงใจอ่ะ
    พอดีมีเพื่อนที่อยู่ห้องข้างๆ เค้าผ่านมาพอดี เค้าก้อเลยมาช่วยขนอีก2-3กล่อง สุดท้ายก้อนั่งรถพร้อมกับสัมภาระ
    รวม 9กล่อง 3ถุง 2กระเป๋าเล็ก 1กระเป๋าเดินทางใหญ่ เยอะมากๆๆๆๆ
     
    ไปถึงก้อเจอเพื่อนที่จะเป็นรูมเมตเราในเทอมหน้า เค้ามานั่งรออยู่นานแล้ว
    มาถึงก้อรีบมาช่วยขนของมากมายลงจากรถ ทั้งๆที่ลุงคนนั้นยังยืนหน้าตาเฉย รอเอาตังค์อย่างเดียวเรยนะมรึง -*-
    ขนๆๆๆ เส็ด พอแกได้ตังค์ก้อไปทันที ไม่ช่วยอะไรทั้งสิ้น เจ็บใจนัก
     
    แถวๆหอ มีพี่ปีสองอยู่หลายคน พี่แกเห็นว่าเราของเยอะก้อเลยแอบงงๆกันอยู่ว่า ขนอะไรกันวะเนี้ย?
    เรากับรูมเมตก้อเลยไปขอยืมรถเข็นของจากร้านข้าวใต้หอมา ขนของไปรอบนึง
    พอกำลังกลับมาขนอีก พี่ๆปีสองเค้าก้อช่วยกันขนของเรามาเกือบหมดแล้ว ซึ้งมากมาย
     
    ขนๆอยู่ก้อเห็น พี่รหัสเราอ่ะ ปี5 เค้าเดินผ่านมาพอดี เค้าก้อเลยมาช่วยอีกแรง น่ารักมากมาย
    ดีใจจังที่สุดท้ายก้อขนเสร็จ ขอบคุณพี่ๆมากๆนะคะ อบอุ่นใจเป็นที่สุด
     
     
    ย้ายหอเส็ดก้อเย็นแล้ว จะไปฉีดยาก้อคงจะไม่ทันแล้ว
    วันรุ่งขึ้นเราก้อไปเข้าค่ายอบรมพัฒนาจิตไรซักอย่าง อีก8วัน 7คืน
    ------------------ไม่เล่านะ เพราะน่าเบื่อสุดๆ มีแค่ นั่งสมาธิ เดินจงกรม กิน นอน
     
    ออกค่าย ไปฉีดยา ก้อไม่มีอะไรพิเศษ
    แล้วตอนเย็นก้อนั่งรถทัวร์ลงกรุงเทพ กลับบ้านดีกว่า

    ละครฟอร์มยักษ์

    หลังจากปีใหม่ที่มีความสุข ก้อตามมาด้วยงานหนัก
    โดยการเปิดกล้องละครติดๆกันถึง3เรื่อง
     
    เริ่มที่วิชา Medical Professional developmentไรเนี้ย
    (ซึ่งก้อได้ C+มา -*-)
    เค้าสั่งให้present caseคนไข้โรคจิตอ่ะนะ ก้อเราก้อได้ทำงานร่วมกับเพื่อนๆxx9ส่วนใหญ่
    caseที่ได้คือ ประมาณว่า เค้าคิดว่ามีเทพโนราห์มาประทับร่างไรเงี้ย สามารถคุยกะเทวดาได้ เรียกฝนได้ เวลาเทพมาประทับก้อจะเอาน้ำร้อนราดตัวเอง
    เราก้อpresentเป็นละครไปตามเรื่อง โดยมีเพื่อนเราที่เก่ง actingสุดๆเป็นพระเอก แล้วเราก้อเป็นแม่พระเอก(แอบภูมิใจนิดส์นึง)
    ให้มันใส่ชุดแดงทั้งตัวไปรำโนราห์ ตะโกนแหกปากอยู่หน้าหอชาย จนสุดท้ายก้อมีคนออกมายืนดูว่ามันเป็นบ้าจิงๆป่าว 555+
     
    กลุ่มอื่นๆก้อออกแนวฮาๆบ้าๆบวมๆเหมือนกัน บางกลุ่มก้อเครียดจัด แบบว่าได้caseอยากฆ่าตัวตายไรเงี้ย
    แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ นศพ ถ่ายละครกันทั่วมหาลัย เด๋วก้อไปแหกปากอยู่แถวหอ เหมือนกลุ่มเรา
    เด๋วก้อแต่งเป็นกระเทยมานั่งร้องไห้ บล๋าๆๆๆๆ แต่สนุกมากๆ
     
     
     
     
     
    พอผ่านไปได้ก้อมีงานใหญ่ยักษ์ที่ทิ้งไว้นานแล้ว วิชาเดียวกันนั่นแหละ
    กลุ่ม xx9 จะทำละครเรื่อง พระลอ หรืออะไรประมาณเนี้ย หลังจากประชุมแบ่งหน้าที่กัน เราก้อได้บทเป็น นางในห้องเครื่อง..(เหมือนแดจังกึมเรยว่ะ)
    อันที่จริงเราก้อไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะไม่รู้จะทำอะไรง่ะ ถ่ายวิดิโอไม่เป็น ตัดต่อไม่เป็น แสดงไม่เก่ง และอีกมากมาย
    พอถึงวันถ่ายทำจิงๆ วันแรกไม่มีฉากเรา แต่เราก้อไปช่วยขนของนิดหน่อย ถ่ายกันที่หน้าม.ที่แปลงดอกไม้จากงานรับปริญญา
    ภาพออกมาดูดีมากๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว ประทับใจสุดชีวิต
    แล้วเราก้อเดินทางกันไป วัดอุโมงค์ที่อยู่หลังม. ก้อไม่เคยไปมาก่อนอ่ะนะ ตื่นเต้นๆๆ แต่จิงๆแล้วก้อไม่มีอะไรว่ะ -*-
    สุดท้ายไปจบที่ศูนย์ศิลป์เชียงใหม่ ถ่ายที่บ้านไทย งามแต้ๆ ม่ายหวายยยยๆๆๆๆ สวยสุดๆ

    วันต่อมา ก้อถูกเรียกไปแต่งตัวแต่เช้า แต่งๆไป เอ๋า ไม่มีสไบให้กรูใส่ได้งัยอ่าาา? เก็บความอาย และความหนาว เดินทางไปถ่ายที่วัดต้นเกว๋น
    ด้วยงบประมาณจำกัด เราก้อเลยอัดกันไป รถคันนึงก้อนับสิบชีวิต เบียดโคดดดดดดดดด
    ถ่ายฉากเปิดเรื่อง โดยมีเราถือถาดอาหารไปถวายไรเงี้ย กว่าจะได้ก้อเสียเวลาไปเยอะ ถ่ายหน้า ถ่ายหลัง ถ่ายข้าง
    ถ่ายหมดทุกมุม แต่ไม่เห็นหน้าเรา 555+
    พอหมดฉากนี้ เราก้อแปลงร่างเป็นนางในอีกคน คอยพัดโบกให้เสด็จย่า บล๋าๆๆๆ
    ถ่ายกันทั้งวัน จนจบ
    แต่พอวันที่present ปรากฏว่ามีปัญหาใหญ่หลวง แบบว่า ไฟล์มันซ้อนทับกันบ้าง
    ตัดต่อผิดบ้าง คำพูดไม่ตรง เพลงไม่ตรง บทผิด และอีกมากมาย สุดท้ายก้อผ่านไปได้อย่าง ทุลักทุเล
     
     
     
    ระหว่างนั้น เราก้อมานั่งคิดถึงเรื่องการแสดงในงาน thanks more หรืองานเลี้ยงขอบคุณพี่ๆไรเงี้ย
    คิดกันแทบตาย สุดท้ายก้อได้ไอเดียจากเปาบุ้นจิ้น ว่า พวกเราจะทำหนังจีนกัน
    โชคดีที่ฉกผู้ที่มีความเชี่ยวด้านการตัดต่อ และเทคนิกคอมมาได้ นั่นคือ ท๊อป
    งานจึงค่อยๆเดินไป วางพล็อต วางstory board ทำวิจัยหนังจีน ว่าจะเปิดฉากยังไง พูดยังไง กล้องยังไง
    ดูหนังจีนเยอะมากกกกก และเปิดเวปไซต์ตลอดทั้งวัน จากนั้นก้อแบ่งฝ่ายออกแบบชุด จนได้แบบมา
    ไปซื้อผ้า ตัดเย็บเอง (โคดยากอ่ะ เย็บชุดทั้งชุดเลยนะเว้ย ไม่ใช่ขี้ๆ)
    เขียนบท ซ้อมบท ซ้อมเต้น แล้วก้อถ่ายทำในเวลา5วันก่อนจะต้องฉายจิง 555+
     
    ถ่ายทำก้อทุลักทุเล ไหนคนนั้นมีธุระ เด่วคนนี้ก้อต้องไปเรียน พอขาดท๊อปไปก้อเหมือนจะขาดใจ
    งานไม่เดินเลย ให้ตายสิ ชุดบางคนก้อเย็บไม่เส็ด ยังจำท่าเต้นไม่ได้ บล๋าๆๆๆ
    ถ่ายทำกันไป หัวยุ่ง คิ้วขมวด มันจะทันมั๊ยๆๆๆๆๆๆ
    ถ่ายหน้าม. และ สมาคมจีน  ดันไปเจอกองถ่ายของอีกเรื่อง(snow white)
    ถ่ายไปถ่ายมา ไหงมีคนแคระมาเข้าฉากด้วยวะ? เห้ยๆๆๆๆ ตายแหงๆ
     
    ตัดต่อกันจนวินาทีสุดท้าย ข้าวไม่กิน นอนก้อไม่นอน สงสารทั้งท๊อปและอีเจเป็นพิเศษ คอมไหม้ไปเลยทีเดียว
    พอวันงานก้อไปซ้อมใหญ่ ปรากฏว่า ยังตัดต่อไม่ได้ครึ่งนึง ซวยแล้วไงล่ะ
    เราก้อเลยชวนอีเจทะเลาะ แบบว่า กรูว่าแล้วว่าทำไม่ได้ๆ ไม่ทีนแล้วไงมึง ซวยฉิบ
    พอกลางคืน งานเริ่ม ท๊อปบอกว่าเส็ดแล้ว เตรียมฉายได้เลย แต่น แต๊น.....
    ปรากฏว่า เสียงไม่ออก เพลงไม่มี บทผิด ตัดต่อผิด แย่ว่ะๆๆๆๆ รู้สึกhurtว่าทำไมเป็นอย่างงี้ แต่ก้อยังดีที่พี่ๆเค้าเข้าใจอ่ะนะ
    อ๋อ ลืมบอกไปว่า เราได้ร้องเพลงสรรเสริญบารมี เปิดงานด้วยนะ ไฮโซมะ?
     
    เหนื่อยจัง แต่พองานจบทุกคนก้อhappy
     
     
     
    จากนั้น ทุกคนก้อเก็บตัวเงียบบบบ แบบว่าอ่านหนังสือสอบไง
    ไอเราก้อแบบ อยากเที่ยวอ่ะ ทำไงได้วะ อดทนๆๆๆๆ เด๋วก้อได้กลับบ้านแล้วอ่ะเนอะ